วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เทคโนโลยี

เทคโนโลยีล้าสมัย 

เครื่องวิทยุ AM / F N


ถึงปัจจุบันเราจะสามารถฟังวิทยุผ่านมือถือกันได้เเล้ว เเต่ทั้งในรถยนต์หรือร้านอาหารข้างทางธรรมดาๆ ก็ใช้วิทยุกันทั้งนั้นนะครับ เพราะบางทีเปิดมือถือมานั้นส่วนใหญ่ก็กดเกมเล่นกันไม่ก็อ่านเฟสบุ๊คทำให้วิทยุเหล่านี้ก็ยังขายได้อยู่ดีถึงจะน้อยก็ตาม

สายเเจ็คเสียง 3.5mm

สายหูฟังที่ใช้กันมาอย่างยาวนานที่ไม่มีท่าทีว่าจะหายไปง่ายๆ ถึงเเม้ iphone 7 จะนำช่องนี้ออกก็ตามเเต่ก็ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้กันอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองอยู่ดี

ตลับเกมคลาสสิก

ตลับเกมที่ตอนเด็กๆ คนที่เคยเล่นน่าจะเคยหยิบเอามาเป่าก่อนเสียบเล่นกัน ที่ถึงปัจจุบันเครื่องเกมจะเปลี่ยนเป็นเเบบ blu-ray /Digital กันหมดเเล้ว เเต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่ชอบของคลาสสิกเหล่านี้กันอยู่ที่คลาสสิกสุดๆ ขนาดยังใช้ตลับเล่นกันอยู่นั่นเอง

โทรทัศน์ CRT

เครื่องโทรทัศน์ใหญ่ๆ อ้วนๆ ที่พบเห็นกันได้ตามร้านอาหารข้างทางทั่วไป หรือบ้านบางคนที่มีคนเถ้าคนเเก่ที่มีเครื่องเเบบนี้มานานเเล้วที่ยังใช้ดูข่าวดูละครอยู่ทุกวัน ที่ถึงในตลาดจะมีเเต่ LCD,LED ขายกันหมดเเล้ว เเต่เครื่องเเบบนี้ก็ยังมีคนใช้กันอยู่ดี

กล้อง Digital

'
เเน่นอนว่ากล้องเเบบนี้นั้นปัจจุบันก็เเทบจะเเทนที่กล้องฟิล์มกันหมดเเล้ว เเต่ถ้าย้อนไปจุดกำเนิดนั้นก็เรียกได้ว่าเกือบ 20-30 ปีเเล้ว ซึ่งสิ่งที่ทำให้มันอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะความสะดวกนั่นเองที่ทำให้มีการปรับปรุงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ถึงจะคิดค้นกันมานานเเล้วก็ยังใช้กันได้อยู่นั่นเอง

เครื่อง Fax 

สำนักงานปัจจุบันก็มีเครื่องเหล่านี้ใช้กันทั้งนั้น ส่งเอกสารไปมาระหว่างชั้นหรือตึกอาคารไม่ต้องไปส่งในเน็ตให้ยุ่งยาก

 

โทรศัพท์บ้าน

ในสำนักงานทั้งหลายรวมถึงบ้านเรือนทั่วไปเเน่นอนว่าโทรศัพท์เเบบนี้ก็ยังมีให้เห็นกันอยู่เเน่นอน

 

นาฬิกาข้อมือ

ถึงเเม้จะเป็นของที่มีมานานสมัยรุ่นพ่อของปู่เราๆ เเล้วก็ตามเเต่นาฬิกาข้อมือก็ไม่ได้หายตายจากไปไหน ถึงจะมีพวก Applewatch ที่พยายามจะมาเเทนที่ของตกยุคเเบบนี้ก็ตามเเต่ก็ยังมีคนใช้กันอยู่ดี

 

เเผ่นเสียง Vinly

ยุคปัจจุบันที่ .mp3 หาโหลดหาฟังกันได้ตามเน็ตเป็นเรื่องธรรมดาไปเเล้ว เเต่เเผ่นเสียงเหล่านี้ก็ยังมีขายอยู่ไม่ได้หายไปไหน ซึ่งว่ากันว่ามันเป็นความรู้สึกอีกเเบบที่ไฟล์ mp3 ให้ไม่ได้กันนั่นเอง บ้านใครมีเครื่องของพ่อเเม่ก็ลองเอามาฟังกันดูนะครับอาจจะชอบกันก็ได้

เเผ่น CD 

เเน่นอนว่ายุคสมัยนี้เเผ่น CD ดูจะใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ในหลายๆ อย่างเเล้ว เเต่บางทีอย่างเเผ่นเพลงหรือไฟล์งานส่งอาจารย์ก็ต้องใช้เเผ่น CD เหล่านี้อยู่ทำให้่มันไม่ได้หายไปจากตลาดโดยสมบูรณ์
เทคโนโลยีสมัยใหม่
เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลก ประเทศไทยเตรียมรับมือ


เด็กที่เข้า ม.1 ปีนี้ อีก 17 ปีข้างหน้า อายุจะเพิ่ง30 ปีเท่านั้น ความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่กำลังก้าวเข้ามา ประเทศไทยจะเป็น cow,star,dog หรือหมาขี้เรื้อนในเวทีโลก ขึ้นอยู่กับการวางนโยบายประเทศที่สอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก เปลี่ยนทุกเดือน


เทคโนโลยี 12 ชนิดกำลังพัฒนาและถูกประยุกต์ใช้ด้วยอัตราเร่ง เทคโนโลยีเหล่านี้จะเปลี่ยนต้นทุนการผลิต จะเปลี่ยนโลก เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แยกรวย จน จะกำหนดทิศทางการศึกษาทั้งมัธยม และอาชีวะ  ทำให้อเมริกากลับมาเป็นประเทศที่เศรษฐกิจดี แก้ปัญหาหนี้ได้ ถ้าไทยไม่ทำอะไรวันนี้ ประเทศจะจนมาก ล้มเหมือนโนเกีย แบล็กเบอร์รี่ใน3-4 ปี เหมือนร้านขายผ้าไหม ผ้าขาวม้าหลายแห่งที่ไม่พัฒนา ล้มไปแล้ว


 
12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0
 
1. mobile internet (อินเทอร์เน็ตไร้สาย)

12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0
 
2. automation of knowledge (เทคโนโลยีอัตโนมัติด้านการวิเคราะห์)

12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0
 
3. internet of things 

12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0
 
4. cloud technology 

12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0
 
5. advanced robotics   (เทคโนโลยีหุ่นยนต์)

12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0
 
6. autonomous vehicles  (ยานพาหนะไร้คนขับหรือกึ่งไร้คนขับ)

12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0
 
7. genomics  (เทคโนโลยีชีวภาพ Genomics)

12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0
 
8. new energy storage (อุปกรณ์หรือระบบกักเก็บพลังงาน)

12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0
 
9. 3d printing (เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ)

12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0
 
10. advanced materials  (เทคโนโลยีวัสดุชาญฉลาด)

12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0
 
11. advanced oil and gas recovery (เทคโนโลยีสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน)

12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0
 
12. renewable energy (เทคโนโลยีพลังงานทดแทน)

12 เทคโนโลยีที่จะเป็นอนาคตยุค 4.0



วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ฝุ่นพิษ PM 2.5

PM 2.5 คืออะไร?

คำว่า PM ย่อมาจาก Particulate Matters เป็นคำเรียกค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ PM 10 และ PM 2.5 ส่วนตัวเลข 2.5 นั้นมาจากหน่วย 2.5 ไมครอนหรือไมโครเมตรนั่นเอง

พูดง่ายๆ คือ ฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นอนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร แขวนลอยอยู่ในอากาศรวมกับไอน้ำ ควัน และก๊าซต่างๆ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าถึงจะเป็นเพียงฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว แต่เมื่อมาแผ่อยู่รวมกันจะกินพื้นที่ในอากาศมหาศาล ล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศปริมาณสูง เกิดเป็นหมอกควันอย่างที่เราเห็นกัน
ฝุ่นละออง PM 2.5 ถือเป็นมลพิษต่อสุขภาพของมนุษย์ตามที่องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญและออกมาแจ้งเตือนให้ทราบ เพราะเป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็กมาก เส้นผมที่ว่ามีขนาดเล็กแล้ว เจ้า PM 2.5 ยังเล็กกว่าเส้นผมถึง 20 เท่า ทำให้เล็ดลอดผ่านขนจมูกเข้าสู่ปอด และหลอดเลือดได้ง่าย ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว

มีผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร?

ฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นเจ้าฝุ่นร้ายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่มีกลิ่น ขนาดเล็กจิ๋วมาก สามารถผ่านเข้าไปในร่างกายเราลึกได้ถึงถุงลมปอด บางส่วนสามารถเล็ดรอดผ่านผนังถุงลมเข้าเส้นเลือดฝอยล่องลอยอยู่ในกระแสเลือด และกระจายตัวแทรกซึมไปทั่วร่างกายของเราได้ความน่ากลัวของเจ้าฝุ่นร้ายนี้ คือ กระตุ้นให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ลดระบบแอนตี้ออกซิแดนท์ รบกวนสมดุลต่างๆ ของร่างกาย และกระตุ้นยีนที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งสารอักเสบ ซึ่งมีอันตรายต่อเนื้อเยื่อในร่างกายของเรามาก แล้วส่งผลกระทบต่างๆ ตามมา ดังนี้


  • กระตุ้นให้คนที่มีโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ เช่น โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง
  • กระตุ้นให้คนที่มีโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ โดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • สำหรับผลระยะยาวจะทำให้การทำงานของปอดถดถอย อาจเกิดโรคถุงลมโป่งพองได้แม้จะไม่สูบบุหรี่ก็ตาม และเพิ่มโอกาสทำให้เกิดมะเร็งปอดได้ด้วย

ข้อแนะนำและวิธีป้องกันตนเองจากฝุ่นพิษ PM 2.5

  1. 1.  ลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัว ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
  2. 2.  หลีกเลี่ยงการเผาไหม้ในที่โล่งแจ้ง เผาพื้นที่เพื่อเตรียมการทำเกษตรกรรม เผาขยะ หรือวัสดุเหลือใช้
  3. 3.  ควบคุมกระบวนการก่อสร้างให้มีฝุ่นน้อยที่สุด
  4. 4.  ออกกำลังกายในที่ร่ม ฝุ่นน้อยๆ และไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยเวลาออกกำลังกาย
  5. 5.  รับประทานอาหารเสริม อาหารที่มีวิตามินซี และวิตามินอีสูง เช่น ถั่ว ปลา(มีโอเมก้า 3 มาก)
  6. 6.  ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่จำเป็นต้องออกข้างนอกบ้าน หรือที่โล่งแจ้ง ให้ใส่หน้ากากพิเศษชนิดที่เรียกว่า “เอ็นเก้าสิบห้า” โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคระบบการหายใจหรือโรคหัวใจเรื้อรัง สำหรับคนทั่วไปอย่างน้อยให้ใส่ “หน้ากากอนามัย” โดยต้องใส่ให้ถูกต้องวิธี คือ หันด้านที่เป็นสีเขียวและเป็นมันออกด้านนอก ให้ส่วนที่มีแผ่นเสริมความแข็งแรงและช่วยการเข้ารูปอยู่ด้านบนของจมูก สังเกตรอยพับของผ้าด้านหน้าต้องพับลง หากใส่ผิดรอยพับจะกักเก็บฝุ่นละอองในรอยพับ ทำให้หายใจลำบาก


ประวัติความเป็นมา Python

ภาษาไพทอน (Python programming language) เป็นภาษาโปรแกรมแบบอินเทอร์พรีเตอร์ ที่สร้างโดย กีโด ฟาน รอสซัม (Guido van Possum) ในพ.ศ. 2533 ปัจจุบันดูแลโดย มูลนิธิซอฟต์แวร์ไพทอน


จุดเด่นของภาษาไพทอน

ไพทอนเป็นภาษาสคริปต์ ทำให้ใช้เวลาในการเขียนและคอมไพล์ไม่มาก ทำให้เหมาะกับงานด้านการดูแลระบบ (System administration) เป็นอย่างยิ่ง ได้มีการสนับสนุนภาษาไพทอนโดยเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการยูนิกซ์, ลินุกซ์ และสามารถติดตั้งให้ทำงานเป็นภาษาสคริปต์ของวินโดวส์ ผ่านระบบ Windows Script Host ได้อีกด้วย และ Python เองก็ได้ถูกนำมาพัฒนา Web application อย่างแพร่หลาย ซึ่งมี Framework สำหรับทำเว็บของ Python ที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ Django

ไวยากรณ์อ่านง่าย

ไวยากรณ์ของไพทอนได้กำจัดการใช้สัญลักษณ์ที่ใช้ในการแบ่งบล็อกของโปรแกรม และใช้การย่อหน้าแทน ทำให้สามารถอ่านโปรแกรมที่เขียนได้ง่าย นอกจากนั้นยังมีการสนับสนุนการเขียน docstring ซึ่งเป็นข้อความสั้นๆ ที่ใช้อธิบายการทำงานของฟังก์ชัน, คลาส, และโมดูลอีกด้วย

ความเป็นภาษากาว

ไพทอนเป็นภาษากาว (Glue Language) ได้อย่างดีเนื่องจากสามารถเรียกใช้ภาษาโปรแกรมอื่นๆ ได้หลายภาษา ทำให้เหมาะที่จะใช้เขียนเพื่อประสานงานโปรแกรมที่เขียนในภาษาต่างกันได้


ไลบรารีในไพทอน

การเขียนโปรแกรมในภาษาไพทอนโดยใช้ไลบรารีต่าง ๆ เป็นการลดภาระของโปรแกรมเมอร์ได้เป็นอย่างดี ทำให้โปรแกรมเมอร์ไม่ต้องเสียเวลากับการเขียนคำสั่งที่ซ้ำๆ เช่นการแสดงผลข้อมูลออกสู่หน้าจอ หรือการรับค่าต่าง ๆ
ไพทอนมีชุดไลบรารีมาตรฐานมาให้ตั้งแต่ติดตั้งอินเตอร์พรีเตอร์ นอกจากนั้นยังมีผู้พัฒนาจากทั่วโลกดำเนินการพัฒนาไลบรารีซึ่งช่วยอำนวยความ สะดวกในด้านต่าง ๆ โดยจะเผยแพร่ในรูปแบบของแพ็คเกจต่าง ๆ ซึ่งสามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้อีกด้วย
สุดท้าย คือ ภาษาไพทอน ทำงานเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับภาษา script ด้วยกัน เช่น php, jsp, asp จะพูดว่า ไพทอน เขียนน้อยได้งานมาก ทำงานเร็วก็ไม่ผิดนัก

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561

Final

เทคนิคการสอบ

เทคนิคที่ 1 : เล็กๆไม่ เอาใหญ่ๆไว้ก่อน อ่านไป 
          เวลาเริ่มอ่านหนังสือ บางทีเวลามันน้อยมาก จนคงจะจำรายละเอียดยิบย่อยได้ยาก เอาประเด็นใหญ่ๆ คำสำคัญๆไว้ก่อนค่ะ พวกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เดี๋ยวค่อยว่ากันดีกว่า ถ้าเรามีเวลาพอ เพราะถ้ามัวแต่จำสิ่งย่อยๆ พื้นที่สมองเราจะไม่สามารถรับประเด็นใหญ่อื่นๆได้


เทคนิคที่ 2 : ทุกครั้งที่อ่านจบ 1 หัวข้อ พูดทวนให้ตัวเองฟัง 1 รอบ          วิธีนี้มันก็คือ การพูดเสียงดังๆย้ำให้กับตัวเองฟังค่ะ เมื่อไหร่ที่เราอ่านจบ พยายามจำไว้ก่อน แล้วพูดให้ตัวเองฟัง 1 รอบ ว่าเราสามารถพูดได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีติดขัดหรือไม่ ถ้าสมมติว่า เราไม่สามารถพูดสรุปให้กับตัวเองได้ เท่ากับว่าเราอาจจะยังไม่เข้าใจเนื้อหาที่เราอ่านจริงๆ ดังนั้น ลองไปอ่านดูนะ แล้วพูดกับตัวเองเยอะๆ เอาเสียงดังๆเลยค่ะ

เทคนิคที่ 3 : ทฤษฎีอ่านวน 3 รอบ
           
มันคือวิธีที่พี่ใช้ทุกครั้งเลยค่ะ การอ่าน 3 รอบ รอบที่ 1 จะใช้การอ่านแบบ skim ก็คือจะอ่านเร็ว เพื่อเอาเนื้อหา จะเอาไฮไลท์ขีดเนื้อหาที่สำคัญก่อนเลยค่ะ รอบที่ 2 อ่านเอาจำค่ะ ค่อยบันทึกข้อมูลไปในสมองอย่างจริงจัง และ รอบที่ 3 อ่านซ้ำย้ำความ จะเอาวิธีจากเทคนิค 1 มาประยุกต์ได้ คือค่อยๆพูดกับตัวเองไปค่ะ ถ้าติดขัดเมื่อไร ให้อ่านทวนใหม่ทันที

เทคนิคที่ 4 : อ่านไป จดสรุปไปให้อยู่ใน 1 หน้ากระดาษ
          เทคนิคนี้ เหมาะสำหรับคนชอบสรุปทุกสรรพสิ่ง! อ่านไป จดที่เด่นๆไว้ อาจจะเอาแค่หัวข้อที่สำคัญ หรือวาดแผนผังอะไรก็ได้ ในแบบที่เราทำความเข้าใจได้และสรุปภายใน 1 หน้ากระดาษ เวลาอ่านจะได้ไม่รู้สึกว่า ต้องอ่านเยอะด้วยค่ะ อุ๊ยก็แค่หน้าเดียวเอง





เทคนิคที่ 5 : เรียกเพื่อนมาให้เราติวเลย!
         
นัดเพื่อนเลยค่ะ นัดเขาออกมาติวเลย และเราก็ติวให้เขาฟังค่ะ ! ข้อดีของเทคนิคนี้คือ มันบังคับให้เราออกมาอ่านหนังสือแน่นอน ไม่อ่านไปหลับไปแบบอยู่ที่บ้าน (พี่ใช้ประจำเลยค่ะ นัดเพื่อนเช้าๆ เราจะได้ไม่นอนตื่นสายให้เสียเวลา 55) อีกทั้งเราก็สามารถพูดเพื่อทวนให้ตัวเอง และเพื่อนๆก็จะได้ฟังด้วย ถ้าเข้าใจผิดถูกกันตรงไหน เพื่อนก็จะช่วยแก้ให้เราได้ตรงนั้นเลยค่ะ นอกจากนี้ น้องๆอาจจะใช้วิธีถาม-ตอบกันเองได้เลยนะ ทดสอบกันเบาๆซะหน่อย ว่าที่อ่านมาน่ะ เป๊ะหรือเปล่า?




เส้นทางการประกอบอาชีพ 
นักเทคนิคการแพทย์
     นิยามอาชีพ  ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ได้แก่ผู้ทดลองในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และช่วย นักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับชีวิต ด้วยการนำเทคนิคใหม่ๆ มาใช้แก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับชีวิต รวมถึงการทดสอบตัวอย่างที่ได้จากร่างกายคนไข้ เช่น เลือด ของเหลวในร่างกาย เนื้อ ปัสสาวะ อุจจาระ ทำงานประจำวันเกี่ยวกับการเขียนป้ายติดของตัวอย่างและการบันทึกข้อมูลที่สำคัญๆ
ลักษณะของงาน ทำการวิเคราะห์ทางเคมีทั้งด้านคุณภาพ และปริมาณ เกี่ยวกับของเหลวและการไหลซึมใน ร่างกายมนุษย์เพื่อหาข้อมูลสำหรับใช้ในการวินิจฉัยและการรักษาโรค ทดสอบตัวอย่างที่ได้จากร่างกายมนุษย์ เช่น ปัสสาวะ เลือด ของเหลวจากไขสันหลัง น้ำย่อยในกระเพาะอาหาร เป็นต้น เพื่อให้ทราบถึงสารที่เกิดขึ้นและปริมาณของสารซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ภายใน ร่างกายมนุษย์ 
สภาพการทำงาน นักเทคนิคการแพทย์ต้องทำงานในห้องทดลอง ต้องอยู่กับสารเคมีที่ต้องใช้ในการทดสอบกับ สิ่งส่งตรวจซึ่งอาจจะเป็น ปัสสาวะ อุจจาระ เลือด เป็นต้น ซึ่งผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ต้องไม่รังเกียจต่อการที่ต้องทดสอบสิ่งส่งตรวจดังกล่าวในข้างต้น นักเทคนิคการแพทย์ต้องระมัดระวัง การติดเชื้อที่ปนเปื้อนมากับสิ่งส่งตรวจ รวมทั้งสารเคมีใน ห้องปฏิบัติการทดลองอาจจะมีปฏิกิริยาที่ทำให้เป็นอันตรายได้ ดังนั้นจึงต้องทำงานตามขั้นตอนและการป้องกันตามระเบียบที่กำหนดไว้

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ  

1.สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาวิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขาเทคนิคการแพทย์2. เป็นผู้ใฝ่รู้ ติดตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว3. ฝึกฝนตนให้มีความชำนาญในการตรวจวินิจฉัยที่ตัวผู้ตรวจเองต้องมีความรู้ในการตัดสินใจ4. รู้จักเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ ให้เหมาะสม5. เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบในการออกรายงานผลการตรวจ6. เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดี ทั้งกับผู้ที่มารับการตรวจและผู้ร่วมงานทั้งภายในและภายนอก7. มีความสามารถในการแก้ปัญหาในการปฏิบัติงานในทุกกรณีด้วยการใช้ปัญญา8. มีคุณธรรมและจริยธรรมมีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ9. มีความสุขุมรอบคอบเยือกเย็น อดทน ชอบช่วยเหลือเสียสละ10. ทำงานมีระเบียบแบบแผนและสามารถพัฒนาความรู้ในการทำงานให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ11. ไม่มีความพิการหรือโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ เช่น ตาบอดสี เป็นต้น12. มีพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในด้านเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา รวมทั้งคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี13. มีบุคลิกดี มีความเชื่อมั่นในตนเอง สามารถปรับตัวในการทำงานและการให้ความร่วมมือกับบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ ผู้ประกอบอาชีพนี้สามารถได้รับการเลื่อนขั้นและเลื่อนตำแหน่งได้ตามผลงาน ประสบการณ์และอายุงานที่ปฏิบัติ โดยตำแหน่งสูงสุดสามารถขึ้นได้ถึงระดับบริหารในหน่วยงานนั้น นักเทคนิค การแพทย์สามารถหารายได้พิเศษ โดยปฏิบัติงานในห้องทดลองในศูนย์แล็ปต่างๆ และสามารถศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ทั้งใน และต่างประเทศได้หลายสาขา เช่น สาขาเทคนิคการแพทย์ พยาธิวิทยาคลีนิค จุลชีววิทยา ชีวเคมี พยาธิชีววิทยา สรีรวิทยา พิษวิทยา นิติวิทยาศาตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ อายุรศาสตร์เขตร้อน วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น หรืออาจจะเปลี่ยนไปเรียนสาขาอื่นเช่น ปริญญาโททางธุรกิจ หรือเข้าศึกษาแพทย์ เมื่อสำเร็จการศึกษาสามารถประกอบอาชีพเป็นอาจารย์สอนในสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรเทคโนโลยีการแพทย์ได้










เทคโนโลยี

เทคโนโลยีล้าสมัย  เครื่องวิทยุ AM / F N ถึงปัจจุบันเราจะสามารถฟังวิทยุผ่านมือถือกันได้เเล้ว เเต่ทั้งในรถยนต์หรือร้านอาหารข้างทางธรร...